31 August 2008

Louis Vuitton at Comme des Garçons Part I



ตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2008 บนถนน Kotto ณ ย่านโอโมเตซานโดะ กรุงโตเกียว จะมีบูติกเฉพาะกิจเกิดขึ้น เรียกว่า 'Louis Vuitton at Comme des Garçons' อันเป็นการร่วมมือระหว่างสองแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากฝรั่งเศส และญี่ปุ่น เพื่อฉลองครบรอบ 30 ปี การเปิดบูติกวิตตองในญี่ปุ่น

การนี้ Rei Kawakubo นำเสนอโปรเจ็กต์นี้แก่ Marc Jacobs ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของวิตตอง เธอเล่าว่า เธอตกหลุมรัก ลวดลายโมโนแกรม ของหลุยส์ วิตตอง เมื่อครั้งที่วิตตอง เปิกบูติกครั้งแรกในโตเกียว (และญี่ปุ่น) เมื่อปี 1978 ขณะนั้นเธอยังไม่สามารถเป็นเจ้าของกระเป๋าวิตตองที่เธอตกหลุุมรัก เพราะตอนนั้น เร คาวาคูโบ ยังเป็นดีไซเนอร์หน้าใหม่ เพิ่งตั้งไข่แบรนด์ กอมม์ เดอ การ์ซองส์

วันนี้คาวาคูโบ ไม่ใช่แค่จะสามารถเป็นเจ้าของกระเป๋าวิตตองได้ แต่วันนี้เธอขอเป็นฝ่ายมาออกแบบกระเป๋าโมโนแกรมวิตตองเองเสียเลย จึงกลายเป็นที่มาของโปรเจ็กต์เด็ด ที่เธอจะเนรมิตบูติก กอมม์ เดอ การ์ซองส์ บนถนนคอตโตะ ให้เป็นช้อบโมโนแกรม วิตตอง ด้วยตัวเธอเอง (วิตตองมีหน้าที่ออกตังค์แต่งร้าน)

พร้อมทั้งออกแบบและปรุงโฉมกระเป๋าวิตตองเสียใหม่ ใน 3 คอนเซ็ปต์ (3 ทศวรรษ)



Creation Bag

กระเป๋าใบกะทัดรัด ที่คาวาคูโบ ออกแบบใหม่หมด สำหรับงานปาร์ตี้ เพราะตั้งชื่อว่า Party Bag มีสองขนาดให้เลือกคือ ขนาดใหญ่ ทรงโค้ง (GM) และขนาดเล็ก ทรงเหลี่ยม (PM)

Party Bag GM ราคา 96600 เยน (ประมาณ 30332 บาท)

Party Bag PM ราคา 78750 เยน (ประมาณ 24727 บาท)


Costumization Bag

คาวาคูโบ นำกระเป๋าทรงคลาสสิก มาแต้มแต่งให้เปรี้ยวตามสไตล์ กอมม์ เดอ การ์ซองส์ ทั้งรุ่น Papillon 26 ที่เติมตุ๊กตาคล้องหูกระเป๋า ที่มีชื่อน่ารักว่า Kawaii (ซึ่งก็แปลว่าน่ารัก) และกระเป๋าถือขนาดเล็กจิ๋วรุ่น Speedy Mini HL ที่มาพร้อมกับหูหิ้วถึง 8 สาย

Papillon 26 Customise ราคา 194250 เยน (ประมาณ 60994 บาท)

Speedy Mini HL Customise ราคา 178500 บาท (ประมาณ 56049 บาท)


Re-edition Bag

กระเป๋าที่ทำให้คาวาคูโบ ประทับอกประทับใจเมื่อครั้งบูติกวิตตองเปิดตัวเมื่อ 30 ปีที่ผ่านมา นำกลับมาผลิตใหม่อีกครั้ง ทั้งรุ่น Sac 2 Poches และรุ่น Petit Marceau

Sac 2 Poches ราคา 155400 เยน (ประมาณ 48795 บาท)

Petit Marceau ราคา 120750 เยน (ประมาณ 37915 บาท)


ข้อกำหนดของการซื้อกระเป๋าคอลเล็กชั่นนี้มีอยู่ว่า จะไม่รับจองทั้งทางโทรศัพท์ และอินเตอร์เน็ต หากต้องไปจองด้วยตนเองที่บูติก Louis Vuitton at Comme des Garçons โดยจำกัดซื้อ 1 ท่าน ต่อใบ จากนั้นก็ให้รอไปอีก 3-4 เดือน แล้วไปรับกระเป๋าที่สั่งไว้ ณ บูติกวิตตองที่เลือกรับของไว้ในใบจอง

คาวาคูโบ ให้เหตุผลที่ต้องรอน๊าน นาน นี้ว่า ตัวเธอเองก็รอนานถึง 30 ปี ที่จะได้ออกแบบคอลเล็กชั่นนี้ ทำไมแค่ 6 เดือนจึงจะรอไม่เชียว ส่วน Yves Carcelle ประธาน และ CEO ของวิตตอง กล่าวเสริมว่า ทุกวันนี้โลกเราเป็นโลกแบบฟาส์ตฟู้ด ที่อะไรก็ด่วนๆๆๆ การต้องรอเช่นนี้ ก็เหมือนกับวิถีการผลิตสินค้าหรูหรา ที่ต้องพิถีพิถัน และใช้เวลาในการสร้างสรรค์

สนใจมากกว่านี้ อ่านรายละเอียดต่อได้ที่ http://www.louisvuitton.com/ หรือโทรไปถามที่ (03) 3478-2100


(ลิขสิทธิ์ภาพของ Louis Vuitton)

29 August 2008

MUJI house



อ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก และก็ไม่มีเวลาที่จะไปสืบค้นข้อมูลจากไหน (และขี้เกียจ!) หากได้มาจากประสบการณ์เมื่อประมาณ 3-4 ปีที่แล้ว เอามาปะติดปะต่อ ผิดถูกขออถัย

คราวไปเยือนกรุงโตเกียว ได้แวะร้าน MUJI แถวๆ กินซ่า ซึ่งเป็นสาขาใหญ่สาขาหนึ่ง คราวนั้น นอกจากจะได้เจอมูจิขายดอกไม้สด จัดดอกไม้ และคาเฟ่เก๋ ยังได้ยลสิ่งก่อสร้างขนาดยักษณืตั้งอยู่ใจกลางร้าน ซึ่งก็คือบ้านขนาดสองชั้น แบบโปร่งโล่ง เฟอร์นิเจอร์ครบ ซึ่งก็แน่นอนว่ามูจิล้วนๆ

ใช่แล้ว มูจิ ที่ญี่ปุ่น ไม่ได้ขายแค่เครื่องอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน แต่ยังขายบ้านด้วย ราคาบ้าน (และคาดว่าจะพร้อมเฟอร์นิเจอร์ครบ) สองชั้น หนึ่งห้องนอน ราคาประมาณหนึ่งล้านกว่าเยน




พลันเมื่อ Tokyo Midtown เปิดกระแทกหน้ารอปปงหงิ ฮิลล์ มูจิก็ตามไปเปิดที่นั่นด้วย เป็นมูจิเวอร์ชั่นอัพเกรด ดังที่คุณหมู กล่าวถึงสาขาสองในเว็บล็อก (http://www.curiouspig.net/?p=361) พร้อมกับเฟอร์นิเจอร์สุดหรู วัสดุหรู ราคาก็หรูเช่นกัน

บัดนี้ ได้เห็นผู้กล่าวถึงบ้านมูจิอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาขายบ้านกันบนอินเตอร์เน็ตเป็นเรื่องเป็นราว แถมมีแบบสำเร็จให้เลือกมากมาย เข้าใจว่า เอาเข้าจริงก็ต้องไปซื้อขายกันที่ช้อปมูจิอยู่ดี ซึ่งเดาจากรูป เขาก็มีบริการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ เรียกว่า MUJI house ส่วนบ้านแบบ pre-fab มีชื่อเรียกภาษาญี่ปุ่นว่า 'Ki No Ie'

สำหรับบ้านเรา และบ้านฝรั่งก็คงตื่นเต้น และอยากมีบ้านมูจิสักหลัง ทว่าสำหรับชนญี่ปุ่นนั้นเฉยๆ เพราะเขาถือว่าแบรนด์มูจิ ไม่ได้เก๋ไก๋ไฮโซ หาซื้อได้ตามเซเว่นฯเสียด้วยซ้ำ

ก็ไม่รู้ล่ะ เพราะบ้านเรา บ้านฝรั่ง ภาพลักษณ์มูจิน่ะ ไฮโซจะตาย




คลิกชมรายละเอียด และแบบบ้าน (พร้อมแจ้งแถลงไขให้ทราบด้วย): http://www.muji.net/ie/

27 August 2008

WHY?



ทำไมล่ะ?

25 August 2008

I saw the signs



มีโอกาสไป ศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมกรุงเทพ (BACC) หลายวันก่อน น่าตื่นเต้นที่กรุงเทพ จะมีศูนย์ศิลปะให้แก่คนรุ่นใหม่ แม้จะมีอะไรแปลกไม่ชอบมาพากล แต่ก็ต้องขอบคุณผู้บริหารกรุงเทพ และประเทศไทย ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล อยากให้อนาคตของชาติเข้าถึงศิลปะจริงๆ เสียที



สถานที่เป็นอย่างไร ออกแบบยังไง ไม่ค่อยถนัดเรื่องตึก และอาคาร จึงไม่ขอกล่าวถึง แต่ที่สะดุดตาเป็นพิเศษก็คือป้ายสัญลักษณ์ต่างๆ ในศูนย์ศิลปะแห่งนี้



ในแวดวงการออกแบบ เคยพูดถึงทิศทางของภาษาสัญลักษณ์เอาไว้กว่าทศวรรษที่ผ่านมาแล้วว่า ป้ายสัญลักษณ์เหล่านี้นี่แหละ ที่อนาคต จะไม่ได้เห็นแค่บนถนน หน้าห้องน้ำ หรือในสนามบินเท่านั้น แต่จะมีบทบาทสำคัญต่อชีวิตประจำวันเป็นอย่างยิ่ง หมายถึง เราอาจจะได้เห็นป้ายสัญลักษณ์ในแทบๆ ทุกๆ แห่งหน แม้แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์



เพราะป้ายสัญลักษณ์ จะเป็นภาษาที่เข้าใจได้ทั่วโลก เหมือนภาษามือ จึงน่าจะง่ายต่อความเข้าใจของทุกคน ทุกแห่งทั่วโลก เป็นไปตามยุคที่การสื่อสาร ย่อโลกให้เล็กลงเท่ามือถือ ลองดูรอบๆ ตัวเราเดี๋ยวนี้สิ มีแต่สัญลักษณ์เต็มไปหมด จนชินตา และยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว



เช่นปุ่มโทรออก หรือวางสายบนโทรศัพท์มือถือ สัญลักษณ์รีไซเคิล ปุ่มเปิดปิดโทรทัศน์ หรืออุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์อื่นๆ บนกระปุกเครื่องสำอาง มีรูปกระปุกเปิด พร้อมหมายเลขให้ทราบว่า ควรใช้ให้หมดภายในกี่เดือนหลังเปิดใช้ ฯลฯ



ก็มีบางเครื่องหมาย ที่ดูยังไงก็ไม่เข้าใจ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า เราไม่เข้าใจเอง หรือคนอื่นๆ ก็ไม่เข้าใจ การออกแบบป้ายสัญลักษณ์ให้เรียบง่าย และเข้าใจได้ทุกคน ทุกเชื้อชาติ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อย่างที่เห็นกันจนชินตา



(ป้ายสัญลักษณ์ภายในศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมกรุงเทพฯ)

23 August 2008

Whirlwind





เดิมทีเราจะคุ้นกับโลโก้ตัว C และสัญลักษณ์บลาซอง บนกระเป๋าแคนวาสคลาสสิกมาโดยตลอด แต่นั่นคงล้าสมัยไม่ทันยุคไปเสียแล้ว ดังนั้น Celine จึงระดมทีมสร้างสรรค์ลายสัญลักษณ์แบบใหม่อัพเดตกระเป๋าแคนวาสคลาสสิก อันเลื่องชื่อชองเซลีนมานาน

โดยนำรูปรถม้า หนึ่งในสัญลักษณ์ของเซลีน ทับซ้อนคล้ายภาพกังหันต่อเนื่องกันไปจนกลายเป็นลวดลาย ให้ชื่อว่า ‘Tourbillon’ อันมีความหมายว่า ‘ลมหมุน’ ในภาษาฝรั่งเศส ซึ่งก็ได้หมุนนำสีสันใหม่ๆ มาให้แก่คอลเล็กชั่นทูบิยองถึง 5 สี ได้แก่ สีขาว ดำ เขียว แดง และฟ้า

คอลเล็กชั่นนี้ประกอบด้วยกระเป๋าที่มีความเบาเป็นพิเศษถึง 10 แบบ ที่ล้วนออกแบบให้เหมาะกับสาวๆ ในเมืองใหญ่ แสนเท่ และอินเทรนด์ พร้อมทั้งเครื่องประดับอื่นๆ อย่างรองเท้า ผ้าพันคอ และหมวก เป็นต้น

เป็นลมหมุน ที่พัดลมแฟชั่นเพิ่มความเปรี้ยวจี๊ดให้สาว




(column: hotLIPS, LIPS Magazine 10/2)

20 August 2008

Comme des Garcons PLAYs internet



เคยพยายามหาภาพคอลเล็กชั่นเสื้อ Comme des Garcons PLAY โดยเฉพาะคอลเล็กชั่นล่าสุด (ที่ไม่รู้ว่าจะล่าสุดเมื่อไหร่) เผื่อเวลาจะไปญี่ปุ่น หรือไม่ก็ฝากใครซื้อหาจากที่ญี่ปุ่น แต่ก็หารูปคอลเล็กชั่นได้ยากน่าด

คราวนี้ CdG PLAY มีมาให้เลือกอย่างเป็นทางการ ตามคำเรียกร้องแถมยังสามารถช้อปออนไลน์ได้อย่างเป็นทางการเช่นกัน โดยเข้าไปยังส่วน e-shop ของในเว็บไซต์ Dover Street Market เซเล็กช้อปเก๋ในลอนดอน ซึ่งก็อยู่ในเครือ CdG โดยคุณแม่เร คาวาคูโบ และสามีฝรั่ง

ดูๆ ไปแล้วก็ยังเลือกมาจำหน่ายแต่แบบเบสิค เน้นทีเชิ้ต และโปโล อาจจะไม่สะใจนัก (เชื่อว่า อนาคตต้องมาครบไลน์) ก็เลยไปตามหาอีกเว็บหนึ่ง เป็นเว็บ e-shop ของฮ่องกง ชื่อ Head Porter (ที่ไม่ใช่ Head Porter จากญี่ปุ่น) ซึ่งมีคอลเล็กชั่นล่าสุดมาให้ชม และช้อปถึงใจ

PLAY @ DSM http://shop.doverstreetmarket.com/index.php?cPath=356 หรือ Homepage http://www.doverstreetmarket.com/

PLAY @ HP http://head-porter.org/commedesgarconsplay.html หรือ Homepage http://head-porter.org/home.htm

19 August 2008

I've Seen Beyonce At Burger King

CAZWELL featuring Jonny Makeup

16 August 2008

Madonna's Style Evolution

เว็บไซต์ Vogue อังกฤษ ร่วมฉลองวันเกิดครบ 50 ปีวันนี้ '16 สิงหาคม' แด่ 'MADONNA' สาวผู้เป็นไอคอน และฮีโร่ แก่สาวๆ ทั้งแท้และเทียมมาตลอดสามทศวรรษ หลายเจนเนอเรชั่น (ชีเก่งจริง)

จึงเลือกภาพเด่น ที่มาดอนน่ามาพร้อมกับภาพลักษณ์ที่ใครต่อใครจำได้ติดตา และแต่งตามๆ กัน จำนวน 14 ภาพ

ขณะที่ความเป็นจริงมีอีกเป็นร้อยๆ ภาพ พันเรื่องราว ที่มาดอนน่า 'สร้าง' ขึ้นทั้งแบบที่ตั้งใจ และไม่ตั้งใจ จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของเธอ และแฟชั่นแบบมาดอนน่าไปในที่สุด


แม้หนังเรื่องแรก 'Desperately Seeking Susan' (ปี 1985) จะแป๊ก แต่มาดอนน่า ก็ทำให้สาวๆ จดจำและแต่งกายตามแบบภาพลักษณ์สาวเสเพล ผมดัด เสื้อเกาะอก กางเกง แจ๊กเก็ต ...ที่สำคัญคือผ้าผูกผม และกำไลพวง [ใครนึกความ 'ฮิต' แฟชั่นมาดอนน่ายุค 30 ปีที่แล้วไม่ออก
ขอให้นึกถึงสองแฝด Mary-Kate และ Ashley Olsen ยุค 2008]


มาดสาวเจ้าสำราญในมิวสิกวิดีโอ True Blue จากอัลบั้มชื่อเดียวกัน ด้วยมาดสาวผมบลอนด์ ปากแดง ที่เลียนแบบไอคอนสาวเซ็กซี่ มาริลีน มอนโรว์ ...แน่นอน สาวๆ ยุค'80s หันมาเซ็ตผมสั้น ทาปากแดงแบบมาดอนน่ากันทั้งนั้น


แม้มาดอนน่าจะมีภาพลักษณ์เซ็กซี่หลากแบบ ทว่าใครๆ ก็จำมาดอนน่า (และ Jean Paul Gaultier ดีไซน์เนอร์เจ้าของยกทรงตัวนี้) ได้จากยกทรงทรงกรวย เมื่อครั้งแสดงคอนเสิร์ต Blonde Ambition เมื่อปี 1990


ต่อเนื่องจากความสำเร็จของคอนเสิร์ตเจ้าของลุคที่ผ่านมา มาดอนน่า ปรากฏโฉมในชุดชั้นในเมทาลิก (อีกแล้ว) ณ เทศกาลหนังเมืองคานส์ ปี 1991 พร้อมภาพลักษณ์ของดีไซน์เนอร์ Jean Paul Gaultier เพื่อโปรโมตหนังสารดดีของเธอเองเรื่อง 'In Bed with Madonna'


กับลุคแบบ Marilyn Monroe เมื่อปี 1991 ที่มาดอนน่าเคยเลียนแบบมาตั้งแต่ครั้งอัลบั้ม Like A Virgin จนถึง True Blue


ปี 1992 มาดอนน่าสร้างความฮือฮาต่อเนื่องให้กับทั้งตัวเธอและดีไซน์เนอร์คู่ซี้ Jean Paul Gaultier ด้วยการรับเชิญเดินแบบในชุด 'เปิดอก' ผลก็คือดังต่อเนื่องไปทั่วโลกตามประสงค์ของทั้งมาดอนน่า และดีไซน์เนอร์


เปลี่ยนลุคเป็นสาว'40s พร้อมกับภาพยนตร์ Evita ที่เธอนำแสดงเมื่อปี 1996 ทว่าไม่ใช่เสื้อออริจินัลของดิออร์ หรือ Elsa Schiaparelli หากเป็น Versace


ลุคแบบนีโอโกธิค เมื่อครั้งอัลบั้ม Ray of Light กำลังรุ่ง ต่อเนื่องไปถึงชุดนี้ จากงาน MTV's Top 100 Music videos เมิ่อปี 1999 [ช่วงนี้เธออาจจะหลงไปกับแนวทางของดีไซน์เนอร์มือปืนรับจ้างของห้องเสื้อต่างๆ เพราะเปลี่ยนการแต่งกายจนแทบจะจำลุคที่เก๋จริงๆ ไม่ค่อยได้]


กลับมาเป็นสาวอเมริกัน เมื่อปี 2000 จากเอ็มวี American Pie ที่ดูจะเรียบร้อย แต่พร้อมเป็นสาวฮิปฮ้อพสุดเฮี้ยว บวกลุคคุณแม่ในเวลาต่อมา


มาดคุณแม่ ในชุดเดรสลายดอกไม้ของ Prada เมื่อครั้งเปิดตัวหนังสือนิทานสำหรับเด็ก The English Roses เมื่อปี 2003


อีกหนึ่งลุคต้อนรับความเป็นคุณแม่เมื่อปี 2004 กับแจ๊กเก็ตทวีตและกระโปรงเข้าชุดจาก Miu Miu [ช่วงนี้เธอโดดเด่นด้วยความเป็นคุณแม่สุดเปรี้ยว แข่งกะคุณนายเบ็กแฮม แต่มาดอนน่าก็ชนะเลิศในทุกช่วงตัว]


ฉีกภาพลักษณ์อีกครั้ง (และประสบความสำเร็จอย่างสูง!) เมื่อปรากฏโฉมในมิวสิควิดีโอ Hung Up กับสไตล์สาวนางฟ้าชาร์ลีบวกแฟลซแดนซ์ ('70s ผสม '80s ได้อย่างอัศจรรย์!) ต่อเนื่องมาจนถึงงาน MTV Europe Music Awards เมื่อปี 2005 ที่เธอมาโปรโมตอัลบั้มใหม่ Confession on a Dance Floor


สาวนักขี่ม้า (แม้จะเคยตกม้าก่อนหน้านี้ไม่นาน) บนคอนเสิร์ต Confessions เมื่อปี 2006 ออกแบบโดย Stella McCartney


โฉมล่าสุด และสุดหรูสมวัยในชุดเลื่อมจาก Chanel Haute Couture จากงานภาพยนตร์เมืองคานส์ปีนี้ เพื่อโปรโมตภาพยนตร์ของเธอที่ชื่อ 'I Am Because We Are'

Happy Birthday, Madonna


(ภาพและเรื่อง จาก Vogue.co.uk)

อุทิศแด่ น้องก้อง-ณภัทร เชื้อเจ็ดตน

13 August 2008

?????


.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.



LOUIS VUITTON
Autumn/Winter 2008-2009

08 August 2008

Cartier’s Circus


Cartier สร้างสรรค์นาฬิกางามจัดเรือนนี้ ตัวเรือนทองคำขาวเป็นวงกลมซ้อนสองชั้น มีรูปหมีแพนด้าเกาะหน้าปัดด้านใน อันเป็นที่ตั้งของเข็มนาฬิกา หน้าปัดลงยาดำพร้อมลายไม้ไผ่ลงยาสีขาว ประดับเพชร นิล และมรกตทั่วเรือน และแพนด้าจุ๋มจิ๋ม เข้ากับโอลิมปิกปักกิ่งพอดิบพอดี

คอลเล็กชั่นนี้เป็นหนึ่งใน 3 เรือน ที่อีกสองเรือนเป็นรูปเสือ และช้าง ต่างประดับประดาด้วยอัญมณีเลอค่าเช่นเดียวกัน รวมเรียกว่า ‘Le Cirque Animalier de Cartier Collection’ ถือเป็นนาฬิกาที่มีค่าดุจเครื่องเพชรชั้นสูงของคาร์เทียร์ โดยคาร์เทียร์เลือกนำสัตว์ที่สัญลักษณ์ของทวีปเอเชีย ก็เพื่อให้เข้ากับคอลเล็กชั่นเครื่องเพชรมหาราชาที่เปิดตัวไปก่อนหน้านั้น

ทว่าในความงามงดหมดจรดนี้ มีจำนวนจำกัดเพียง 50 เรือนต่อแบบเท่านั้น นอกจากสวย รวย หรู ยังท้าทายการได้มาเป็นเจ้าของเสียจริง



(column: hotLIPS, LIPS Magazine 10/01)

06 August 2008

LIPS, the 9th Anniversary





9 ปีสำหรับการทำนิตยสาร เหมือนการเดินทางไกลข้ามทวีปด้วยเท้า
บางทีก็มีอุปสรรค เหมือนชีวิตที่เติบโตในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทาย
บางครั้งก็มีความสุข เหมือนยามที่โลกเปี่ยมรัก

แต่ที่ทำให้หัวใจพองโต และตื้นตันมากที่สุด
คือการได้ร่วมงานกับคนดีๆ ผู้รู้ และผู้มีประสบการณ์มากมาย
ทำให้เติบโตไปพร้อมๆ กับนิตยสารเล่มนี้

โดยมีผู้อ่าน และมิตรรัก เป็นผู้ประคับประคอง นำพาให้มีทุกวันนี้

อีกปีเดียวก็ครบทศวรรษแล้ว
ตื่นเต้นจัง


(ภาพ ถ่ายจากกล้องโทรศัพท์ Nokia N81 8GB)